Find the best flights deal
 
  24 เมษายน 2562 20:54 Search
amthaipaper แอมไทยฉบับที่ 134 ออกแล้ว!..ISSUE 0134 (Feb-Mar19) is out now !!.. contact@amthai.co.uk    

Politics : Brexit Deal ทำอลหม่านบ้านเลขที่ 10 ถ.ดาวนิ่ง

โดย รมิดา วิจิตรพันธ์

 

การออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร หรือ เบร็กซิต (Brexit) เป็นที่ถกเถียงมานานในหมู่บุคคล สถาบันกฎหมาย และพรรคการเมือง ตั้งแต่ที่สหราชอาณาจักรเป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มแรกของสหภาพยุโรป (EU) ในปี ค.ศ. 1973 ทั้งนี้ การออกจากสหภาพยุโรปของประเทศสมาชิกสามารถกระทำได้ตามมาตรา 50 แห่งสนธิสัญญาว่าด้วยสหภาพยุโรป (สนธิสัญญาลิสบอน) ซึ่งบัญญัติไว้ว่า : "รัฐสมาชิกใด ๆ อาจตัดสินใจออกจากสหภาพตามข้อกำหนดแห่งกฎหมายของรัฐนั้น"

 

นับถอยหลังใกล้จะถึงเวลาที่สหราชอาณาจักรจะต้องออกจากสหภาพยุโรปอย่างเป็นทางการในวันที่ 29 มีนาคม 2562 นี้ ในที่สุด (ไม่ทราบว่าคือข่าวดีหรือข่าวร้าย) นายกรัฐมนตรีเทเรซ่า เมย์ ได้ร่างข้อตกลง 585 กับฝ่ายผู้นำสหภาพยุโรป ซึ่งนายกฯเมย์ได้นำร่างข้อตกลงนี้กลับมายังรัฐสภาอังกฤษ แต่ก็เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นเมื่อทีมคณะเจรจาเบร็กซิตของเธอได้ตบเท้าเรียงแถวลาออกเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ตั้งแต่ Dominic Raab (Brexit Secretary), Esther McVey (The work and pensions secretary), Suella Braverman, Shailesh Vara(Junior Northern Ireland Minister) รวมถึงส.ส.ในพรรคอนุรักษ์นิยมอีกหลายคนที่ไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับร่างข้อตกลงนี้

 

เหตุผลหลักที่ ส.ส.พรรคอนุรักษ์นิยมไม่เห็นด้วยในร่างสัญญากับสหภาพยุโรปก็คือเรื่อง Backstop การกั้นเขตแดนในไอร์แลนด์เหนือ กับ สาธารณรัฐไอร์แลนด์ และไอร์แลนด์เหนือ กับพรมแดนอังกฤษ เพราะเนื่องจากสภาพภูมิประเทศเป็นเกาะเดียวกัน แต่เนื่องจากความขัดแย้งในการแบ่งแยกดินแดนในอดีตในเกาะไอร์แลนด์แห่งนี้ จนทำให้เกิดสนธิสัญญาสันติภาพ Good Friday ทำให้มีการยกเลิกการกั้นพรมแดนและแบ่งแยกระหว่างไอร์แลนด์เหนือและไอร์แลนด์ใต้ในครั้งสมัยรัฐบาลนายกฯ โทนี่ แบร์ เป็นสนธิสัญญาสันติภาพในปี 1998 หลังจากที่เกิดการก่อการร้าย IRA ในอังกฤษก่อนหน้านี้อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่าสิบๆปี แต่การออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักรโดยที่ไอร์แลนด์เหนือเป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักร และสาธารณรัฐไอร์แลนด์ (หรือไอร์แลนด์ใต้) ยังคงอยู่ในสหภาพยุโรปต่อไป ทำให้เกิดปัญหาในเรื่องการเคลื่อนย้ายสินค้า อากร และ คนเข้าเมืองทั้งขาเข้าและขาออก ระหว่างสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป อย่างเสรีต่อไป ซึ่งขัดกับหลักการที่ประชามติของชาวสหราชอาณาจักรโหวตให้สหราชอาณาจักรสามารถปิดกั้นการหลั่งไหลเข้าเมืองของประชาชนชาวยุโรปเพื่อมาพำนักอาศัยและทำงานในสหราชอาณาจักรได้อย่างเสรี ในอีกด้านหนึ่งหากอังกฤษหันมากั้นจุดตรวจคนเข้าเมืองและการเคลื่อนย้ายสินค้า อากรระหว่าง ไอร์แลนด์เหนือและอังกฤษ พรรคร่วมรัฐบาลไอร์แลนด์เหนืออย่าง Democratic Unionist Party (DUP) พรรคการเมืองฝ่ายขวาได้ประกาศแล้วว่าไม่เห็นด้วย ดังนั้นปัญหาการแบ่งพรมแดนระหว่างไอร์แลนด์เหนือและไอร์แลนด์ใต้ เป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้มีบุคคลไม่เห็นด้วยกับร่างข้อตกลงนี้ที่นายกฯเมย์เสนอเพราะสหภาพยุโรปยังสามารถควบคุมบงการผ่านทางสาธารณรัฐไอร์แลนด์ผ่านทางไอร์แลนด์เหนือได้อยู่ โดยที่สหราชอาณาจักรไม่สามารถควบคุมเองได้ ข้อนี้เหมือนทำให้ฐานะของสหราชอาณาจักรมีสิทธิน้อยลงกว่าตอนที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรปเสียอีก

 

อีกประการหนึ่งที่สำคัญที่ ส.ส ทีมนายกฯเมย์รับร่างข้อตกลงนี้ไม่ได้คือเรื่องการที่สหราชอาณาจักรยังคงอยู่ใน EU customs union และในกฎหมายการค้า EU โดยจะไม่มีสิทธิในการออกเสียงใดๆ ในสภายุโรปอีกเลย จึงทำให้ฐานะของสหราชอาณาจักรแย่ลงไปกว่าก่อนออกจากสหภาพยุโรป จึงเปรียบเสมือนว่า สหราชอาณาจักรจะไม่มีอิสระในการเปลี่ยนแปลงกฎหมายนี้ด้วยตนเอง หรือเปรียบเสมือนเป็นเมืองขึ้นของสหภาพยุโรปแบบกลายๆ ดังที่ Raab อ้างว่านี่คือ “Hybrid of the EU customs union and single market obligations”. อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศอังกฤษออกมาเตือนว่า หากสหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรปแบบไม่มีข้อตกลงใดๆ ก็ตามแล้ว (No-deal Brexit) จะทำให้เศรษฐกิจสหราชอาณาจักรในอนาคตพัง เช่น GDP จะร่วงถึง 8% และ อัตราการว่างงานจะเพิ่มขึ้นถึง 7.5% ซึ่งจะอยู่ในสภาพย่ำแย่กว่าสมัยวิกฤตเศรษฐกิจแฮมเบอร์เกอร์ปี 2008

 

และเมื่อวันที่ 11 ธันวาคมที่ผ่านมา นายกฯเมย์ตัดสินใจเลื่อนการลงมติในรัฐสภาเกี่ยวกับการผ่านร่างข้อตกลง 585หน้านี้ อย่างกะทันหัน เหตุเพราะคำนวณแล้วว่า มีจำนวนส.ส.ที่ไม่เห็นด้วยกับร่างข้อตกลงนี้ในสภามากกว่า เห็นด้วย และจะทำให้ตนเองพ่ายแพ้จนถึงกับจะต้องหลุดออกจากตำแหน่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีเลยทีเดียว ดังนั้นนายกฯเมย์จึงต้องเลื่อนการลงมติในร่างข้อตกลงนี้อย่างเสียท่าในรัฐสภาอังกฤษ จนเป็นเหตุให้ในวันที่ 12 ธันวาคม วันถัดมา ส.ส พรรคของเธอเอง ยื่นหนังสือเพื่อการลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีในทันที

อย่างใจหายใจคว่ำนายกฯ เทเรซ่า เมย์ หัวหน้าพรรคอนุรักษ์นิยมชนะมติไว้วางใจ 200 ต่อ 117 เสียงจากบรรดา ส.ส. พรรคอนุรักษ์นิยมด้วยกันเอง สามารถรักษาตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปได้ แต่ยังมีความเสี่ยงที่กำลังจะมาถึงก็คือร่างข้อตกลงกับสหภาพยุโรปที่เป็นปัญหาที่หลายๆ คนไม่เห็นด้วย ทั้งในพรรคอนุรักษ์นิยมด้วยกัน รวมถึงพรรคร่วมรัฐบาลไอร์แลนด์เหนืออย่าง Democratic Unionist Party (DUP) นายกฯเมย์จึงกำลังเผชิญกับการลงมติในสภาเพื่อผลักดัน Brexit Deal ของเธอต่อไป ซึ่งถ้าข้อตกลงนี้ไม่ผ่านรัฐสภา นายกฯเทเรซ่า เมย์ก็จะถูกบีบให้ลาออกเช่นกัน 

ขณะนี้นายกฯเมย์ จึงขอกลับไปเจรจาต่อรองกับผู้นำสหภาพยุโรปใหม่ โดยเฉพาะประเด็น Backstop ว่าด้วยเรื่องชายแดนระหว่างไอร์แลนด์เหนือ (ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ) และประเทศไอร์แลนด์ (สาธารณรัฐไอร์แลนด์) ซึ่งเป็นสมาชิกหนึ่งของสหภาพยุโรป อย่างไรก็ตามประธานสหภาพยุโรป โดนัลด์ ทัสก์ได้ออกมาประกาศผ่าน ทวิตเตอร์ของตัวเองว่า สมาชิกอีก 27 ประเทศของอียูจะไม่ เจรจารอบใหม่กับอังกฤษอีกแล้ว จึงทำให้นายกฯเมย์ตกอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก และอนาคตทางการเมืองของนายกฯเมย์แขวนอยู่บนเส้นด้ายจริงๆ ขณะนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าเมื่อถึงเส้นตายวันที่ 29 มีนาคม ปีนี้ จะเกิดอะไรกับสหราชอาณาจักร

 

 

โปรดติดตามตอนต่อไป

 

 

บทความนี้ตีพิมพ์ใน นสพ แอมไทย ฉบับที่ 131 คลิกตามลิงค์ด้านล่างเพื่ออ่าน

amthaipaper ISSUE 0131 

Read it online, Click here
อ่านหนังสือพิมพ์แอมไทยออนไลน์ โปรดคลิกลิงค์https://issuu.com/amthaipaper/docs/amthaipaperissue0131

 

 

 amthai   Columnists  |  Contents  |  Feedback  |  Memberships  |  About Us  |  Contact Us

Search