Find the best flights deal
 

  18 พฤศจิกายน 2562 02:15 Search
amthaipaper แอมไทยฉบับที่ 141 ออกแล้ว!..ISSUE 0141 (Sep-Oct19) is out now !!.. contact@amthai.co.uk    

Knowledge : ข่าวดีสำหรับนศ.ไทย กฎหมายใหม่เรียนจบสามารถได้วีซ่าทำงานต่ออีก 2 ปี

โดย รมิดา วิจิตรพันธ์

รัฐบาลจะขยายเวลาให้นักศึกษาจบใหม่มีโอกาสหางานทำเพื่ออยู่ต่ออีก 2 ปี และหางานในระยะยาวต่อไปได้ในสหราชอาณาจักร กฎหมายใหม่นี้ จะทำให้นักศึกษาต่างชาติหลังจบการศึกษาอยู่หางานทำได้ต่ออีกสองปีเหมือนกับนโยบายช่วงก่อนปี 2012 ที่ เทเรซ่า เมย์ ยกเลิกไป โดยตอนนั้นเมย์ให้เหตุผลว่า กฎหมายนี้ ใจกว้างเกินไป

 ปัจจุบันผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือปริญญาโทจะได้รับอนุญาตให้หางานได้เพียงสี่เดือน โดยกฎหมายใหม่ตั้งแต่ปีหน้าจะทำให้บัณฑิตต่างชาติสามารถทำงานต่อได้เพิ่มระยะเวลาเป็นสองปีในสหราชอาณาจักร และยังมีโอกาสในการหางานต่อไปอีกหลังจากเรียนจบในระยะยาว

 

การขยายระยะเวลาให้บัณฑิตที่จบการศึกษาได้รับวีซ่าทำงานเพิ่มเป็น 2 ปี เพื่อดึงดูดให้ชาวต่างชาติเข้ามาศึกษาต่อมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักรมากขึ้น หลังจาก เบรกซิท ซึ่งนโยบายนี้เป็นผลงานของ โจ จอร์นสัน รัฐมนตรีมหาวิทยาลัย น้องชายนายกรัฐมนตรี บอริส จอร์นสัน ผู้ที่ยื่นใบลาออกเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา รณรงค์ให้ชาวต่างชาติผู้สำเร็จการศึกษามหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักรได้วีซ่าเพิ่ม ซึ่งในเดือนเมษายนที่ผ่านมาเขาได้เสนอให้เปลี่ยนกฎหมาย เพื่อขยายระยะเวลาการให้วีซ่าทำงานนี้เป็น 2 ปี

 ภายใต้กฎหมายใหม่นี้ จะไม่มีการจำกัดจำนวนในการให้วีซ่า และอนุญาตให้บัณฑิตสามารถสมัครงานได้ทุกตำแหน่งไม่ว่าจะจบมาทางด้านไหน เพื่อต้องการรับบัณฑิตที่มีความสามารถในด้านต่าง ๆ เช่น คณิตศาสตร์ วิศวกรรม และเทคโนโลยี เป็นต้น

กาวิน วิลเลียมสัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ บอกว่าเขาเห็นถึงความสำคัญของนักศึกษาต่างชาติที่มีต่อประเทศและมหาวิทยาลัย ทั้งในด้านวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ นักศึกษาต่างชาติทำประโยชน์ต่อสหราชอาณาจักรซึ่งเป็นสาเหตุที่รัฐบาลเพิ่มระยะเวลาให้กับนักศึกษาเหล่านี้ให้สามารถอยู่ในสหราชอาณาจักรได้หลังจากเรียนจบ “ มหาวิทยาลัยของเราก้าวสู่การเป็นสถาบันระดับโลกที่เปิดกว้าง การเปิดโอกาสให้กับบัณฑิตนี้ ทำให้ภาคการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่มีชื่อเสียงของเราจะยังคงดึงดูดนักศึกษาที่ดีที่สุดจากทั่วโลกสู่สหราชอาณาจักร”

กฎหมายใหม่นี้ได้การตอบรับที่ดีจากมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักรทั่วประเทศ จาก 130 สถาบัน ซึ่งคาดว่ายอดนักศึกษาจากสหภาพยุโรปกำลังจะลดลงหลังเบรกซิท หลังจากที่ได้มีการเรียกร้องให้รัฐบาลเปลี่ยนกฎใหม่นี้ ตั้งแต่ที่นายกรัฐมนตรี เทเรซ่า เมย์ ยังเป็น รมต มหาดไทยอยู่

 

งานวิจัยพบว่านักศึกษาต่างชาติที่อยู่ทำงานต่อในสหราชอาณาจักรจ่ายภาษี 3,200 ล้านปอนด์

ก่อนหน้านั้นได้มีการศึกษาเกี่ยวกับตัวเลขที่รัฐบาลอังกฤษได้รับจากบัณฑิตต่างชาติที่อยู่ทำงานต่อ ซึ่งดำเนินงานโดยสถาบันนโยบายการศึกษาระดับสูง หรือ Hepi เปิดเผยว่า พวกเขาเหล่านี้ ทำให้รัฐบาลอังกฤษมีรายได้เพิ่ม 3,200 ล้านปอนด์ จากการเสียภาษีรายได้ ภาษีมูลเพิ่ม ภาษีประกันสังคม ฯลฯ ให้แก่รัฐบาล  และพวกเขาไม่ได้มาแย่งงานคนอังกฤษแบบงานทั่วไป แต่ได้ทำงานเป็นผู้เชียวชาญระดับสูง เช่น นักเศรษฐศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ หรือในภาควิชาชีพที่กำลังขาดแคลน เช่น งานสอน และ งานพยาบาล

หลังจากที่ เทเรซ่า เมย์ เมื่อครั้นยังเป็น รมต มหาดไทย ได้เปลี่ยนกฎหมายไม่ให้นักศึกษาที่จบใหม่ทำงานต่อได้ในสหราชอาณาจักร ในปี ค.ศ. 2012 โดยลดระยะเวลาในการหางาน เพียง 4 เดือน หลังจากนักศึกษาเรียนจบ และให้เวลานักศึกษาที่เรียนจบระดับปริญญาเอก เพียง 1 ปีในการหางาน ได้มีการประเมินว่าทำให้รัฐบาลขาดรายได้1,000 ล้านปอนด์ ซึ่งผู้อำนวยการ สถานบัน Hepi ได้กล่าวว่า “เหล่าบรรดามหาวิทยาลัยในสหราชจักรยืนยันว่าเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ของรัฐบาลในการเปลี่ยนนโยบายนี้ และทำให้จำนวนนักศึกษาต่างชาติลดน้อยลง ในช่วงเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา”

 อย่างไรก็ตาม นโยบายขยายเวลากลับมาใหม่นี้ได้ถูกพรรคฝ่ายค้านตำหนิว่า อัตราเงินเดือนที่กำหนดให้ได้รับวีซ่าทำงานสูงถึง 30,000 ต่อปี ยังคงสูงไปและยังคงทำให้นักศึกษาต่างชาติเลือกที่จะไปศึกษาต่อในประเทศอื่น ๆ ที่เป็นคู่แข่งของสหราชอาณาจักร เช่น สหรัฐอเมริกา หรือ ออสเตรเลีย ต่อไป นอกจากนี้แล้ว บรรดามหาวิทยาลัยยังต้องการเรียกร้องให้รัฐบาลอนุญาตให้บัณฑิตจบใหม่หางานทำได้เอง โดยไม่ต้องพึ่งสปอนเซอร์ที่ต้องมีมหาวิทยาลัยคอยติดตามบัณฑิตเหล่านั้นให้ปฏิบัติตาม   

 

นักศึกษาจากสหภาพยุโรปอาจต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการศึกษาที่สูงขึ้นในสหราชอาณาจักรตั้งแต่ปี2020

 โดยปกติแล้ว นักศึกษาที่มาจากสหภาพยุโรป จะจ่ายค่าเรียนน้อยกว่านักศึกษาต่างชาติทั่วไป หรือจ่ายเท่ากับนักศึกษาอังกฤษ และมีสิทธิ์กู้เงินเพื่อการศึกษา แต่ในปีนี้ กระทรวงศึกษาธิการอังกฤษมีแนวโน้มที่จะเตรียมปรับค่าเล่าเรียนสำหรับนักศึกษาจากสหภาพยุโรปที่จะเริ่มเรียนในปี 2020 สูงขึ้น 

นิก ฮิวว์แมน คณบดีสถาบันนโยบายการศึกษาระดับสูงกล่าวว่า“ นับตั้งแต่การลงประชามติเบรกซิท มีแนวโน้มที่นักศึกษาสหภาพยุโรปจะต้องเผชิญกับค่าธรรมเนียมที่สูงเช่นเดียวกับที่เรียกเก็บจากนักศึกษาจากประเทศอื่น ๆ ในแง่นี้ นักศึกษาจากประเทศยากจนเช่น จากอินเดีย ก็จะจ่ายค่าเรียนเท่ากับ นักศึกษาที่มาจากประเทศที่ร่ำรวยเช่นเยอรมนี เพื่อความเท่าเทียมกัน ถ้าสหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป

ค่าธรรมเนียมในการศึกษาเล่าเรียนเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่นักศึกษาจากสหภาพยุโรปจะได้รับ  แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือสิทธิในการกู้เพื่อการศึกษากับ บริษัทสินเชื่อนักศึกษาเพื่อชำระค่าธรรมเนียมและเงินกู้ยืมดังกล่าวไม่จำเป็นต้องชำระคืนทันที ดังนั้นการเสียสิทธิ์ในการเข้าถึงสินเชื่อก็มีความสำคัญไม่แพ้ กับค่าเล่าเรียนที่สูงขึ้นเช่นกัน ทำให้นักศึกษาจากสหภาพยุโรปจะต้องเตรียมตัวจ่ายค่าเล่าเรียนล่วงหน้า เหมือนกับนักศึกษาต่างชาติจากประเทศอื่น ๆ ทั่วไป

กลุ่มที่เป็นตัวแทนของสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษามหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักร 140 แห่งได้เรียกร้องให้ กระทรวงศึกษาธิการ (Department of Education) ชี้แจงเกี่ยวกับ สถานะค่าเล่าเรียนสำหรับนักศึกษาในสหภาพยุโรปที่จะเริ่มเรียนหลักสูตรที่มหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักร ในภาคฤดูใบไม้ร่วงปี 2020 นี้ เนื่องจากเป็นช่วงเวลาคัดเลือกนักศึกษา

นับตั้งแต่การลงประชามติในปี 2016 รัฐบาลอังกฤษได้ขยายข้อตกลงในการเก็บค่าธรรมเนียมซึ่งกันและกันในแต่ละปีกับสหภาพยุโรป ซึ่งเมื่อปีที่แล้ว กระทรวงศึกษาธิการประกาศยืนยันว่านักศึกษาจากสหภาพยุโรปที่เริ่มเรียนภาคการศึกษาปี 2019-2020 นักศึกษาจากสหภาพยุโรปจะได้รับสิทธิและสถานะเช่นเดิม คือจ่ายค่าธรรมเนียมการศึกษาเท่ากับนักศึกษาอังกฤษและมีสิทธิ์กู้เงินเพื่อการศึกษาตามโครงการช่วยเหลือจากรัฐบาลอังกฤษได้   อย่างไรก็ตามตัวแทนมหาวิทยาลัยจาก 140 สถาบันยังย้ำถึง ความไม่แน่นอนต่อสถานะของนักศึกษาจากสหภาพยุโรปที่รัฐบาลมีท่าทีจะเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหากับในการคัดเลือกนักศึกษาที่ดีที่สุดจากสหภาพยุโรป ดังนั้นจึงมีการเรียกร้องให้รัฐบาลต้องแจ้งให้มหาวิทยาลัยทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 18 เดือนสำหรับการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เพื่อทางมหาวิทยาลัยจะได้เตรียมพร้อมกับการบริหารการคัดเลือกนักศึกษาในภาคปีการศึกษา 2020-2021 และปีต่อ ๆ ไปได้

อย่างไรก็ตามรัฐบาลสก็อตแลนด์ได้ประกาศแล้วว่านักศึกษาจากสหภาพยุโรปที่จะเริ่มเรียนในเดือนกันยายนปี 2020 จะยังคงมีสิทธิ์ได้รับสถานะค่าเล่าเรียนเดิม ซึ่งในสกอตแลนด์จะไม่มีค่าเล่าเรียนสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี แต่ทางเวลส์ยังไม่ได้ประกาศแผนสำหรับปี 2020 เป็นต้นไป

กระทรวงศึกษาธิการ กำลังเปลี่ยนแปลงนโยบายการรับนักศึกษาต่างชาติหลังออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ซึ่งปัจจุบันนักศึกษาจากสหภาพยุโรปจะไม่มีข้อจำกัด ด้านวีซ่าด้วย แต่ถ้าสหราชอาณาจักรยังคงอยู่ในสหภาพยุโรปต่อไปหลังจากช่วงเดือนกันยายนปีหน้า สถานะของนักศึกษาจากสหภาพยุโรปยังคงเหมือนเดิม

 

 

บทความจาก นสพ amthai หน้า 10 ฉบับ 140 อ่านเพิ่มเติมโปรดคลิกไลค์


amthaipaper ISSUE 0140
Read it online, Click here
อ่านหนังสือพิมพ์แอมไทยออนไลน์ โปรดคลิกลิงค์
https://issuu.com/amthaipaper/docs/amthaipaperissue0140
 
 
 
 

 amthai   Columnists  |  Contents  |  Feedback  |  Memberships  |  About Us  |  Contact Us

Search